TU กำไรลด 3.2% ในไตรมาส 1/65 เหลือ 1.7 พันล้านบาท
บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป หรือ TU ไตรมาส1/65 กำไรลด 3.2% แม้รายได้ยังคงเติบโต แต่ได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งเพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากบริษัทร่วมในร้าน Red Lobster
ก.ล.ต. ฟัน 9 ราย บิ๊ก TU ใช้ข้อมูลอินไซด์ซื้อหุ้น
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อหลักทรัพย์ TU รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,746 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดขายอยู่ที่ 36,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักจากค่าใช้จ่ายการขาย และบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 13,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยจากการเติบโตของธุรกิจหลักในทุกกลุ่ม ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงที่ 17.5% เทียบกับ 17.7% ในไตรมาส 1/2564 แม้ราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น
ศูนย์วิจัยธ.ก.ส. คาดการณ์เดือนพ.ค.65 “ราคาสินค้าเกษตร” มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป มียอดขายอยู่ที่ 13,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากยอดขายในตลาดสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้น และความต้องการสินค้ามากขึ้นโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงสกุลเงินบาทออนค่าเป็นผลดีต่อการเติบโตของยอดขาย
กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น มียอดขายอยู่ที่ 12,076ล้านบาท เติบโต 14.2% จากความต้องการซื้อในธุรกิจร้านอาหารที่ฟื้นตัวหลังได้รับผลกระทบจากการปิดร้านชั่วคราวช่วงสถานการณ์โควิด-19
ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ มียอดขายอยู่ที่ 5,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.2% สาเหตุจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ และการขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ รวมถึงรายได้เพิ่มขึ้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์
ภาพรวมธุรกิจตามภูมิภาค ช่วงไตรมาส1/65 มียอดขายหลัก คือ
- สหรัฐอเมริกา เติบโตเพิ่มขึ้น 19.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากการเติบโตยอดขายธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น และความต้องการผลิตภัณฑ์มากขึ้น
- ยุโรป เติบโตเพิ่มขึ้น 6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนี
- ประเทศไทย เติบโตเพิ่มขึ้น 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากยอดขายอาหารสัตว์เติบโต ยอดขาย ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปเพิ่มขึ้น และธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งฟื้นตัว
ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร อยู่ที่ 1,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากการค่าขนส่งปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 710 ล้านบาท ในไตรมาส 1/65
บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากอันตราแลกเปลี่ยน 47 ล้านบาท ในไตรมาส1/65 เนื่องจากผลขาดทุนทางบัญชีจากการประเมินราคาตราสารที่ใช้ในการปกป้องความเสี่ยง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯบันทึกส่วนแบ่งขาดทุน 335 ล้านบาท จากธุรกิจ Red Lobster ซึ่งมากกว่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (226 ล้านบาท) และยังบันทึกส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ Avanti ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและอาหารทะเลแช่แข็ง ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
ณ วันที่ 31 มี.ค. 2565 บริษัทฯมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 163,671 ล้านบาท ลดลง 1.8% จาก 166,604 ณ สิ้นปี 2564 และมีหนี้สินรวมอยู่ที่ 99,116 ล้านบาท ลดลง 5.1% จาก 104,391 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
“บิ๊กบี้” สั่ง ทบ. บอยคอตต์ “ลาซาด้า” ห้ามเข้าหน่วยทหาร
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB